บันทึกอาเซียน
ASEAN DIARY
“ศัพท์อาเซียน”
*
กฎบัตรอาเซียน จัดทำขึ้นสำเร็จลุล่วงและลงนามรับรองกัน ณ ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 13 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยผู้นำฝ่ายไทยที่ไปร่วมลงนามคือ พลเอก สุรยุทธ จุลานนท์ หลังจากนั้นรัฐสมาชิกทั้งสิบก็ทยอยกันให้สัตยาบันตามกระบวนการทางนิติบัญญัติของแต่ละประเทศ ประเทศสุดท้ายที่ให้สัตยาบันคือประเทศไทย หลังจากนั้น 30 วัน กฎบัตรอาเซียนก็มีผลบังคับใช้อย่างบริบูรณ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป
“กฎบัตรอาเซียน” (ASEAN Charter) ถือเป็นเอกสารพื้นฐานเทียบได้กับรัฐธรรมนูญของรัฐสมาชิกทั้งสิบที่ใช้ “บังคับ” ร่วมกัน เสมือนกฎหมายสูงสุดที่รัฐสมาชิกจะต้องปฏิบัติตาม
นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอาเซียนที่มีการประกาศใช้เอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เป็นเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานร่วมกัน ยังผลให้รัฐสมาชิกทั้งสิบสามารถอ้างอิงทุกสิ่งอย่างที่ต้องทำ หรือไม่ควรทำได้อย่างราบรื่น ดังนั้นทุกถ้อยคำ ทุกข้อความ ทุกหมวด ที่ปรากฏในกฎบัตรอาเซียนจึงเป็นรากฐานอันมั่นคงของการทำงานของอาเซียน
ในอารัมภบท ชื่อเป็นทางการของ “อาเซียน” เป็นภาษาอังกฤษ เรียกว่า
“Association of Southeast Asian Nations”
ใช้คำย่อว่า
“ASEAN”
มาจากคำเดิมที่ใช้แต่แรกเกิดอาเซียนว่า
“Association of South-East Asian Nations”
สำหรับคำแปลภาษาไทยเป็นทางการ โดยกระทรวงการต่างประเทศของไทย เรียกชื่อว่า
“สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เรียกชื่อย่อว่า “อาเซียน”
ส่วนประเทศที่เป็นสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศนั้น เรียกว่า
“รัฐสมาชิก”
อ้างจากคำภาษาอังกฤษในกฎบัตรว่า
“Member States”
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับศัพท์บัญญัติ หรือถ้อยคำอย่างเป็นทางการนั้นจำต้องเริ่มที่คำเหล่านี้เป็นประเดิม เพื่อให้การพูดถึงอาเซียนเป็นไปอย่างถูกต้องจนกลายเป็นถ้อยคำที่คุ้นเคยต่อไปในอนาคต แม้ว่าจะไม่มีข้อบังคับใดๆให้เราต้องเรียกชื่อ หรือ ออกเสียงศัพท์อาเซียนต่างๆให้ถูกต้องก็ตาม แต่สำหรับสื่อสารมวลชน ต้องถือเป็นหน้าที่หลักที่จะต้องสื่อสารโดยอ้างถึงชื่อ และข้อความทางการต่างๆเกี่ยวกับอาเซียนอย่างถูกต้อง
คำว่า “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เท่าที่ผ่านมา และยังคงเป็นอยู่ คำว่า “แห่ง” จะหายไปเสมอในการรายงานข่าวของสื่อมวลชนไทย โดยเรียกว่า “สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ที่จำต้องมีคำว่า “แห่ง” อยู่ด้วยก็เพราะมีคำว่า “of” อยู่ในชื่อภาษาอังกฤษ
นอกจากนั้น สื่อมวลชนไทยส่วนหนึ่งก็เรียกเพียงสั้นๆว่า “สมาคมอาเซียน” ซึ่งก็ไม่ถูกต้อง และยาวเกินไปด้วยซ้ำ เพราะในคำว่า “อาเซียน/ASEAN” นั้นมีตัวอักษร “A” แทนคำว่า “Association/สมาคม” อยู่แล้ว หากเรียกว่า “สมาคมอาเซียน” จึงมีคำว่า “สมาคม-สมาคม” ซ้ำสองครั้ง ที่ถูก ต้องเรียกชื่อย่อสั้นๆว่า “อาเซียน” เท่านั้น ไม่ต้องมีคำว่า “สมาคม” นำหน้า
เวลาที่เรียกคำย่อ “ASEAN/อาเซียน” ก็มักมีการออกเสียงผิดอยู่บ่อยๆก็คือออกเสียงผิดว่า “อาเชียน” (ช-ช้าง) แทนที่จะเป็น “อาเซียน” (ซ-โซ่) เรื่องนี้ต้องแก้ไข เพราะเป็นความผิดที่ทำให้หาความหมายไม่ได้ คำว่า “อาเชียน” นั้นไม่มี มีแต่คำว่า “อาเซียน” คำนี้ ถ้าหากใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์ผิด โปรแกรมตรวจตัวสะกดของไมโครซอฟท์ออฟฟิศจะเตือนให้ทราบโดยอัตโนมัติ
ส่วนการออกเสียง “อาเซียน” เป็น “อาเซี่ยน” โดยมีวรรณยุกต์เอกอยู่บนคำ “เซียน” นั้นเป็นการออกเสียงตามความนิยม และตามความรู้สึกสะดวกในการออกเสียง ซึ่งเป็นการออกเสียงที่มีมาแต่แรกกำเนิดอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. 2510 การออกเสียง “อาเซียน” ถือเป็นทางการที่กระทรวงการต่างประเทศบัญญัติไว้ แต่การออกเสียง “อาเซี่ยน” ถือเป็นการออกเสียงตามความนิยม ในหลักภาษาไทยถือว่าไม่ผิดทั้งสองแบบ เพียงแต่ในภาษาเขียนต้องเขียนให้ถูกต้องว่า “อาเซียน” เท่านั้น
ดังนั้นจึงควรเรียกชื่อเต็มว่า “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” และเรียกชื่อย่อว่า “อาเซียน”
การอ้างถึงประเทศที่เป็นสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ จะใช้คำตามความนิยมว่า “ประเทศสมาชิก” ก็สะดวกและคุ้นเคยกันดี แต่หากจะต้องการให้เป็นทางการก็ต้องใช้คำว่า “รัฐสมาชิก” ในคำภาษาอังกฤษจะเขียนโดยใช้อักษรนำเป็นตัวใหญ่ คือ “Member States” (เติม s เมื่อเป็นพหูพจน์) คำว่า “Member States/รัฐสมาชิก” แต่เดิมใช้คำว่า “member countries/ประเทศสมาชิก” ในเอกสาร “ASEAN Declaration/ปฏิญญาอาเซียน” (ซึ่งเป็นเอกสารประกาศก่อตั้งอาเซียน ลงนามที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 / ค.ศ. 1967 จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “Bangkok Declaration/ปฏิญญากรุงเทพฯ”)
คำที่พูดถึงอยู่บ่อยที่สุดระยะนี้คือ “การประชุมสุดยอดอาเซียน” คำนี้ถูกต้องแล้ว หากหมายถึงกระบวนการประชุม แต่ถ้าหากจะหมายถึงองค์กรของการประชุมที่เป็นเสมือนสถาบัน กฎบัตรอาเซียนใช้คำว่า
“ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน” ทั้งหมดมาจากภาษาอังกฤษว่า “ASEAN Summit” ในภาษาไทยไม่จำเป็นต้องเติมคำว่า “ผู้นำ” ลงไปหน้าคำว่า “อาเซียน” ดังนั้นหากจะเรียกให้ถูกต้องเป็นทางการต้องเรียกว่า
“การประชุมสุดยอดอาเซียน” ไม่ใช่ “การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน”
นี่เป็นเพียงบางส่วนของ “ศัพท์อาเซียน” ทั้งที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ พลเมืองอาเซียนอาจจะเริ่มคุ้นเคยกับคำที่ถูกต้องเป็นทางการมากขึ้น หากสื่อสารมวลชนหมั่นรายงานข่าวสารโดยอ้างอิงคำที่ถูกต้องเป็นทางการอย่างสม่ำเสมอ
สมเกียรติ อ่อนวิมล
27 มกราคม 2552
*